ในรอบปีที่ผ่านมา เรามักจะเห็นข่าวคราวการเกิดอุบัติเหตุของรถใหญ่อยู่บ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นรถบรรทุก และสาเหตุส่วนใหญ่ก็เกิดจากตัวบุคคล จากความประมาทเป็นหลัก ดังนั้น บทความนี้จึงถือโอกาสนำเสนอสถิติอุบัติเหตุของบรรดารถใหญ่ที่ว่ามาให้ทุกท่านได้ทราบ และได้ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนป้องกัน หรือปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวข้อง นั่นคือ คนขับ และการบำรุงรักษารถต่อไป

สถิติอุบัติเหตุทางถนน 2556-2557

เมื่อดูจากสถิติอุบัติเหตุที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรวบรวมไว้ ถึงแม้กลุ่มรถจักรยานยนต์จะเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการมีอุบัติเหตุสูงสุดถึง 31% จากจำนวนอุบัติเหตุทั่วประเทศ 59,201 ราย หรือเกือบ 20,000 ราย แต่ในส่วนรถใหญ่อย่างรถบรรทุกตั้งแต่หกล้อขึ้นไป มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคิดเป็น 39 ของอุบัติเหตุทั้งหมด หรือ 1,000 กว่าราย ซึ่งหากเทียบกับปี 2555-56 แล้วก็แทบไม่แตกต่างกันส่วนสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุ จาก 60,000 กว่ารายมีประมาณ 15% เท่านั้นที่ไม่ได้เกิดจากตัวบุคคล นอกนั้นเกิดจากการกระทำ และพฤติกรรมของตัวบุคคลล้วนๆในขณะเดียวกัน รถเครน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรถใหญ่เช่นเดียวกัน ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่น้อยเช่นกัน เพียงแต่จุดเกิดเหตุไม่ใช่บนท้องถนน แต่เป็นพื้นที่ทำงาน สถานที่ก่อสร้าง ที่ซึ่งรถเข้าไปปฏิบัติงานเป็นหลัก ซึ่งสาเหตุหลักก็แทบจะไม่แตกต่างกันกับรถใหญ่ประเภทอื่น นั่นคือ ตัวบุคคล หรือ คนขับนั่นเองซึ่งในต่างประเทศก็ไม่แตกต่างกัน เห็นได้จากตัวอย่างข้อมูลที่ ww.agc.org เว็บด้านการก่อสร้างในสหรัฐฯ ได้มีการรวบรวมไว้ดังนี้คือ

ผิดพลาดเนื่องจากคนขับเครน 33.1%   ผิดพลาดเนื่องจากสถานที่ติดตั้งเครน 31.5%

ผิดพลาดเนื่องจากการติดตั้งที่ไม่ดี 22.6%

ผิดพลาดเนื่องจากโครงสร้างและเครื่องจักรที่ไม่ดี 11.2%

ผิดพลาดจากธรรมชาติ เช่น ลมแรง 1.6%

ด้วยเหตุที่วงการรถเครนเมืองไทย ไม่ได้มีหน่วยงานใดรวบรวมข้อมูลจำนวนรถเครนที่มี รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุ และสาเหตุไว้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ และเป็นระบบ ฉะนั้นจึงเป็นข้อจำกัดประการหนึ่ง หากจะต้องมีการนำข้อมูลเพื่อประกอบการผลักดันในการพัฒนาวงการเครน หรือการที่จะเรียกร้องให้หรือไม่ให้ภาครัฐออกมาตรการที่จะเป็นการส่งเสริม หรือที่จะเป็นอุปสรรคในการประกอบการ

คงต้องถึงเวลาที่สมาคมฯ ต้องกำหนดเป็น “วาระแห่งวงการ” เพื่อให้เกิดการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของวงการเครนเมืองไทยมีขึ้นอย่างเป็นระบบ และเป็นการสร้างความเป็น “แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ” เพื่อให้เป็น “พลัง” เสริมการผลักดันเรื่องต่างๆ ที่จะเป็นการพัฒนาวงการรถเครนต่อไปในภายภาคหน้า เฉกเช่นองค์กรอาชีพต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน